ทีมเทพสิงโต

อดีตวันวาน, กลุ่มชาติอังกฤษเคยมีบุคคลหลายรายเป็นหัวใจหลักของกลุ่มในตอน ''Golden Generation'' เพียงพอจะคิดออกกันมั้ย? เริ่มจาก สเวน โกรัน อีริคส์สัน ที่นั่งบนเก้าอี้ตัวนั้น, สตีเว่น  เจอร์ราร์ด, แฟร้งค์ แลมพาร์ด, แอชลี่ย์ โคล, เดวิด เบ็คแฮม รวมถึง พอล สโคลส์ ฯลฯ
บางคนขึ้นทำเนียบกลุ่มชาติในระยะเวลาใกล้เคียงกันเป็นต้นว่า เจอร์ราร์ด เล่นให้สิงโตคำรามครั้งแรกปี 2000 โคล เริ่มต้นปี 2001 พูดได้ว่าโตมาพร้อมๆกัน หรือแม้ เบ็คหมูแฮม ที่ขึ้นชั้นเล่นให้ชาติรกรากตั้งแต่ 1996 แต่ว่ารับใช้ถึงปี 2009 ก็ทันเล่นด้วยกันใช้เวลายาวนานหลายปีอยู่คุ้นเคยขนาดไหนอาจไม่ต้องกล่าวถึง วันนั้นกับวันนี้แทบจะไม่ได้มีความแตกต่างตบหัวเตะตูดได้สบายหรือจะซี้ย่ำปึ้กมากยิ่งกว่านั้น ถึงขั้นใช้เพศหญิงคนเดียวกันเลยก็มี HA
ด้วยความเกี่ยวพันอันมั่นคงระหว่างหน้าแข้งกลุ่มนี้นี่แหละที่ทำให้สมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือFun88เอฟเอ ผุดโปรเจกต์อนาคตเอาไว้อย่างน่าดึงดูดโน่นคือ…โกลเดน เจเนเรชั่น รียูเนี่ยน!
เมื่อเดือนที่แล้วหน้านี้ กระดานบริหารเอฟเอ เริ่มเดินหมากก้าวแรกเป็นระเบียบ ด้วยการทาบทาม แฟร้งค์ แลมพาร์ด กับ สตีเว่น เจอร์ราร์ด มาเป็นหนึ่งในสตาฟฟ์โค้ชของกองทัพทรี ไลออนส์ โดยพร้อมยื่นมือช่วยเหลือสุดกำลังสำหรับการสอบใบอนุมัติการเป็นโค้ชยังมี แอชลี่ย์ โคล ด้วยอีกคนที่ได้รับจดหมายชักชวนจากเบื้องบนให้เป็นทีมงานของที่ปรึกษาเซาธ์เกต
หรือสองวีกก่อน เซาธ์เกตต้องการให้สองลูกพี่ลูกน้องตระกูลเนวิลล์ใครคนหนึ่ง จะมึงปรี่หรือฟิลก็ได้ มาหน้าจอยด้วยกันถ้าเกิดเป็นไปได้ มีหมายงานให้ทำมากมายไปหมด หนึ่งในนั้นคือ ดูแลกลุ่มชาติอังกฤษ ยู-21
นะครับ อดีตนักฟุตบอลกลุ่มชาติกลุ่มนี้คือส่วนใดส่วนหนึ่งของแผนงานผู้บริหารเอฟเอ ที่ต้องการยกระดับแวดวงฟุตบอลอังกฤษให้ล้ำหน้าจากจุดเดิมที่เป็นอยู่
ตีความให้กระจ่างแจ้งขึ้นอีกก็คือ เอฟเอ หวังใช้ความเป็นอดีตสตาร์ดังระดับตำนานของประเทศ ซึ่งมากด้วยประสบการณ์โชกโชนมาช่วยกระตุ้นหน้าแข้งรุ่นน้องให้ฮึกเหิมสู่เพื่อชาติของตัวเอง รวมถึงการถ่ายทอดวิชาทั้งในสนามและนอกสนามที่พึงจะมีอย่างเจอร์ราร์ดถ้าได้มาเป็นหนึ่งในทีมงานสตาฟฟ์ก็อาจถ่ายทอดข้อดีตัวเองสู่รุ่นน้อง… การเข้าใจแท็กติกและเข้าใจในหน้าที่ จินตนาการในการจ่ายและการยิงหัวจิตหัวใจไม่ยอมแพ้กระทั่งหมดเวลาอย่างแลมพาร์ดถ้าได้มาเป็นหนึ่งในทีมงานสตาฟฟ์ก็อาจถ่ายทอดข้อดีตัวเองสู่รุ่นน้องว่า… การเล่นแน่นอน ไม่หวือหวา แต่ว่าเปี่ยมด้วยคุณภาพการเติมเกมขึ้นสูงเสมือนกองหน้าคนที่สองหรือการจ่ายบอลย้ำความเที่ยงตรงปัจจุบัน ถึงคิวของ จอห์น เทอร์ปรี่ ตำนานหน้าแข้งเชลซีและอดีตกองหลังกลุ่มชาติอังกฤษกัปตันสิงห์บลูส์ เป็นจุดหมายปองของเอฟเออีกคน แม้ปัจจุบันยังอยู่ภายใต้ขึ้นอยู่กับเชลซีอยู่ก็ตามที
แต่ว่าเจหนยังไม่รู้จักชะตากรรมตัวเองเลยด้วยซ้ำว่าจะเลียนแบบไรต่อดี เดินซ้ายหรือไปขวา หยุดหรือไปต่อ กระนั้นที่แน่ๆเลยก็คือมีโอกาสสูงที่จะล่ำลา เพราะว่าซีซั่นนี้ตกสำรวจจาก อันโตนิโอ คอนเต้ กระทั่งกลายเป็นผู้เล่นสำรองถาวร
แถมคำสัญญาของเจ้าตัวที่ทำเอาไว้ครั้งปัจจุบันก็จะหมดลงข้างหลังจบซีซั่นนี้ด้วย เหตุการณ์ก็เลยไม่แน่นอน เสมือนยืนเก้ๆกังๆระหว่างทางแยก
เป็นไปได้ทั้งตกลงใจห้อยสตั๊ดทันทีข้างหลังฤดูนี้รูดม่านจบหรือไปโกยเงินหยวนที่จีนหรือสะกดรอยแลมพ์สกับเจิดปิดจ๊อบสายอาชีพที่เมเจอร์ลีก สหรัฐฯเลียนแบบไรต่อดีกับชีวิต?
จุดนี้เองที่เอฟเอหวังชุบมือเปิบทองคำนี้ทาบทามให้เจหนเข้ามาร่วมงานเป็นหนึ่งในสตาฟฟ์โค้ชกลุ่มชาติกับอดีตหน้าแข้งกลุ่มชาติรุ่นเดียวกันตามนโยบายของสมาคม
เอาเข้าจริงๆตัวของเจหนเองก็อาจพอใจบทบาทหน้าที่การเป็นโค้ชอยู่บ้าง มิเช่นนั้นอาจไม่เริ่มออกสตาร์ตเรียนวิชาโค้ชไปบ้างแล้วหรอก
สมมุตินะครับสมมุติ ถ้ากองหลังวัย 36 ปี เซย์เยสขึ้นมาจริงๆทางเอฟเออาจวิ่งเต้นช่วยทุกทางแหงๆ

เช่นเดียวกับเคสของแลมพาร์ด กับ เจอร์ราร์ด ที่เอฟเอล็อกเป้าเอาไว้ว่า อยากได้จริงต้องการตัวจริงเชื่อว่าเป็นตัวเลือกที่ดีเยี่ยมที่สุดกว่าใครๆและพร้อมยื่นมือช่วยเหลือสุดกำลัง
ว่ากันว่าเอฟเอเตรียมยื่นข้อเสนอและจังหวะให้อดีตสองกองกลางสิงโตคำรามเดินไปสู่เส้นทางลัดของการเป็นโค้ชหรือผู้จัดการกลุ่มในอนาคตข้างหน้า
รู้หรือไม่ว่าแรกเริ่มเอฟเอไม่เคยเสนอทางซิกแซ็กในการอบรมให้อดีตผู้เล่นกลุ่มชาติอังกฤษคนใดมาก่อน
เพราะว่าปกติตามหลักสูตรสู่การเป็นที่ปรึกษาจะต้องผ่านการเรียนฝึกซ้อมและใช้เวลาอย่างรวดเร็วสุด 4 ปี แต่ว่าเคสของทั้ง แลมพาร์ด, เจอร์ราร์ด เหมารวมถึง เจหน เอาไว้ด้วยคน มีความแตกต่างกันออกไป
โดยเอฟเอเตรียมพังทลายกำแพงของกฏดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นทิ้งให้เป็นเคสพิเศษ ด้วยการบอกกับทั้ง แลมพาร์ด กับ เจอร์ราร์ด ว่าทั้งสองจะใช้เวลาอบรมถูกคอร์สแค่เพียงสองปีเพียงแค่นั้น! เจหนก็อาจเช่นกัน
มิใช่ เอฟเอฝ่ายเดียวที่มุ่งหมาย มึงเร็ธ เซาธ์เกต ก็หวังจะได้ร่วมงานกับนักฟุตบอลมากประสบการณ์อย่าง เทอร์ปรี่ และ ประสบผลสำเร็จมาดูเหมือนจะทุกรายการกับเชลซี
อดีตที่ปรึกษามิดเดิ้ลสโบรช์เชื่อว่าแคแรกเตอร์หัวหน้าและผู้ชนะของเจหนจะเข้ามาช่วยเพิ่มแรงมักใหญ่ใฝ่สูง ความหิวหิวให้รุ่นน้องอย่าง เดเล่ อัลลี่, แฮร์รี่ เคน, เอริก ถางเออร์, จอห์น สโตนส์ หรือ ราฮีม สเตอร์ลิง ได้แน่ๆเป็นไปได้มั้ย? ก็เพียงพอเป็นได้นะครับ
แม้ระหว่าง เอฟเอ กับ เจหน เคยมีปัญหาผิดใจกันกันมาก่อนผลพวงจากคดีเหยียดผิว แอนทอน เฟอร์ดินานด์ กองหลังคิวประชาสัมพันธ์กระทั่งหยุดการคว้าหมวกกลุ่มชาติแค่ 78 ใบ รีไทร์ตัวเองปี 2012 แต่ว่าทุกปัญหาย่อมมีทางออกเสมอ
นอกเหนือจากเอฟเอพร้อมคุยเปิดอกและเชื่ออีกว่าที่ปรึกษาสิงโตคำรามคนปัจจุบันพร้อมอาสาเป็นกาวใจให้ทั้ง เอฟเอ และ เจหน หันมาจูบปากดีกัน
มิใช่แค่นั้น สตีฟ ฮอลแลนด์ มือขวาคนใหม่ของเซาธ์เกตจะเป็นอีกหนึ่งบุคคลสำคัญที่ชักชวนเจหนให้ตอบรับงานนี้
อย่าลืมว่า ฮอลแลนด์ซึ่งเตรียมรับบทบาทนี้เต็มกำลังข้างหลังจบซีซั่น 16/17 มีความเกี่ยวพันอันดีกับเทอร์ปรี่จากการร่วมทุกข์ร่วมสุขที่รั้วสแตมฟอร์ด บริดจ์ รวมถึงคุ้นเคยปรองดองกับแลมพาร์ดด้วยอีกคน
แต่ ทั้งหมดทุกอย่างขึ้นกับการตัดสินใจของเทอร์ปรี่คนเดียวว่าจะเลือกชีวิตตัวเองในแนวทางใด
เขาอาจเลือกห้อยสตั๊ดเอาไว้บนหิ้งทันทีหรือชะลอเป็นหมาล่าเนื้อต่ออย่างน้อยอีกปีในอีกลีกที่ต่างกัน
กระนั้นดีแล้ว แค่ข่าวเอฟเอเล็งดึงเจหนผนึกกำลังกับแลมพ์สและเจิดก็เรียกเสียงฮือฮาได้มากพอสมควร ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยมองดูในแง่บวกมากยิ่งกว่าแง่ลบ

สถานีต่อไปของเฮียหลา?

ถึงท้องนาต่อนี้ไป ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยิงให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแล้วทั้งมวล 26 ประตู จากการลงเล่นทั้งผอง 41 นัดในทุกรายการ โดยแบ่งเป็นการถล่มตาข่ายในพรีเมียร์ลีก 15 ประตู
อืมมมมิลลิเมตร..ทำลายตาข่ายเสียกระทั่งสิ้นซากขนาดนี้ นับว่ามากมายสำหรับกองหน้าที่แก่ 35 ขวบเข้าให้แล้ว
ก่อนเปิดฤดู ดาวยิงวัยชราผู้นี้ถูกดูถูกจากนักวิพากษ์วิจารณ์ลูกหนังระดับโปรไลบวงสรวงว่าจะพบกับความลำบากที่สุดในอาชีพการค้าขายลำแข้ง เนื่องจากตรงนี้คือพรีเมียร์ลีก – สมรภูมิลำแข้งที่มีทั้งความรวดเร็วและเอาจริงเอาจังบนอัตราความฮาร์ดคอร์สูงที่สุดในเมืองมนุษย์
ปัจจุบันนี้ผู้ใดก็ตามที่เคยสบประมาทเขาเอาไว้ดูอย่างกับว่าโดนสตั๊ดของ "อิบรา" ยัดปากไปเป็นที่เป็นระเบียบเรียบร้อย
ต่อนี้ไปลองคิดเล่นๆ(ย้ำว่าคิดเล่นๆครับ) โดยเอาผลที่เกิดขึ้นจากการแข่งขันที่เกิดขึ้นแล้วของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูนี้ที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ทำคะแนนหลักๆมาหักจำนวนประตูที่เขายิงได้ในแมตช์นั้นออกไป
ประมาณว่าถ้าหาก ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ไม่ยิงประตูสำคัญในเกมที่เขายิงได้ ผลที่เกิดขึ้นจากการแข่งขันของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะออกมาเป็นอย่างไรนับเฉพาะในพรีเมียร์ลีกเสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน 0-0 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-0) เสมอ สวอนซี 1-1 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 3-1) แพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-1 (ยิง 1 ประตู เสมอ 1-1) เสมอ คริสตัล พาเลซ 1-1 (ยิง 1 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-1) เสมอ เวสต์บรอมฯ 0-0 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-0) แพ้ ลิเวอร์พูล 0-1 (ยิง 1 ประตู เสมอ 1-1)
เห็นไหมนะครับว่าถ้าหากพี่แกไม่ยิงหรือยิงมิได้ คะแนนของทีมสีแดงแห่งแมนเชสเตอร์จะหายวับไปกับตาถึง 10 แต้มเลยทีเดียว!
ส่วนนัดชิง อีเอฟแอล คัพ ที่อดีตกาลดาวยิงทีมชาติสวีเดนทำคนเดียว 2 ดอก แต่ว่าแม้พี่แกยิงมิได้ แมนฯ ยูไนเต้ด ก็จะแพ้ เซาธ์แฮมป์ตัน ด้วยสกอร์ 1-2 และชวดแชมป์ไปเลยนี่คือจุดสำคัญของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช
เขาเป็นผู้เล่นจำพวกห้ามเจ็บป่วย ห้ามพัก และห้ามถูกลักพาตัวไปไหนเด็ดขาด เนื่องจากเวลาหายไป มิได้ลงสนาม "เด็กผี" จะนึกถึงพี่แกอย่างควรหนัก เฉพาะอย่างยิ่งแม้ แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ด้วยล่ะก็ อัตราการนึกถึงจะพุ่งทะยานถึงขั้นทะลักจุดแตก ยกตัวอย่างเกมที่แพ้ เชลซี ในศึก เอฟเอ คัพ นัดอย่างไรอย่างไรก็แล้วแต่ จุดนี้นับว่าเป็นดาบสองคม เนื่องจากการมัดขาดทำคะแนนให้ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่แทบคนเดียวอาจไม่ใช่เรื่องที่ดีสักเท่าไหร่
นับเฉพาะในพรีเมียร์ลีก "อิบรา" รัวได้สูงสุดคือ 15 ประตู รองลงมาคือ ฆวน มาต้า 6 ประตู, ปอล ป๊อกบา 4 ประตู, เฮนริค มคิทาร์ยาน, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล และมาร์คัส แรชฟอร์ด 3 ประตู ตอนที่ เวย์น รูนี่ย์ เพิ่งจะยิงได้แค่ 2 ประตูเท่านั้นเองดูอย่างกับว่า โชเซ่ มูรินโญ่ จะเกรงอกเกรงใจดาวเตะผู้นี้มากมายเสียด้วยครับ
คือถ้าหากไม่เจ็บ-ไม่แบน เขาจะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงโดยอัตโนมัต ยกเว้นบางเกมที่ผู้เป็นนายใหญ่ต้องการให้พักน่องหรือต้องการจัดผู้เล่นชุดสองลงสนามบ้างที่สำคัญคือถ้าหากได้ลงตัวจริงแล้ว ไม่เคยถูกสลับตัวออกอีกต่างหาก
แม้กระทั่งเล่นไม่ดี-ทำฟอร์มตก หรือประพฤติไม่มีสาระ ผู้ครอบครองสมญา "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" จะไม่มีทางสลับตัวเขาออกจากสนาม เหมือนหนึ่งกลัวโดนกระทืบ!
เกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำเป็นแค่เสมอกับ บอร์นมัธ 0-0 ในบ้านตัวเอง ดาวเตะที่เพื่อนฝูงร่วมทีมเรียกสั้นๆว่า "เฮียหลา" โชว์ฟอร์มได้แย่สิ้นดีครับ ขนาดฆ่าจุดโทษยังโดนเซฟเลย ชาวบ้านก็เห็นกันทั้งบางว่าเล่นไม่ได้เรื่อง แต่ว่า "มูมู่" กลับปล่อยให้คุณพี่เขาประพฤติไร้ประโยชน์บนฟลอร์ต้นหญ้ากระทั่งครบ 90 นาที โดยเลือกถอดผู้อื่นออกแทนซะแบบนั้น
รู้เรื่องว่าทั้งสองคงจะทำข้อตกลงกันเอาไว้ หรือไม่ก็เนื่องจากความเกรงอกเกรงใจ แม้คำว่า "เกรงอกเกรงใจ" จะไม่บรรจุอยู่ในพจนานุกรมภาษาอังกฤษและพจนานุกรมส่วนตัวของ โชเซ่ มูรินโญ่ ก็ตาม
เป็นไปได้ที่หลังจากหมดสัญญากับ เปแอสเช "อิบรา" อาจไม่ได้คิดอยากจะขายวิญญาณให้ปีศาจแดงตั้งแต่แรก แต่ว่าเป็นเนื่องจากถูกนายจ้างเก่าอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ อ้อนวอน หรืออาจเคยมีพระคุณกันมาก่อน เจ้าตัวเลยยอมเลื้อยก้นมาอยู่ด้วยกันที่โรงแสดงละครแห่งความฝัน
โน่นอาจเป็นเหตุผลที่บอกว่าเพราะเหตุไร กุนซือวัย 54 กะรัตถึงเกรงอกเกรงใจผู้ร่วมทีมคนนี้เป็นพิเศษ โดยส่งลงเป็นตัวจริงทุกนัด แถมไม่เคยถูกสลับตัวออก เพื่อเป็นการตอบแทนถ้าหากเป็นลูกก็นับว่าเป็นลูกคนโปรดที่ถูกตามใจกระทั่งติดเป็นนิสัยเลยทีเดียว
ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ก็เลยไม่แตกต่างจาก "สิทธิพิเศษชน" ในทีมปีศาจสามแง่ง ซึ่งนับว่าไม่ถูกหลักการปกครองอย่างหนัก เนื่องมาจากอาจทำให้เกิดปัญหาการอกน้อยใจขึ้นในทีม
ทั้งที่อันที่จริงแล้ว โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นผู้จัดการทีมที่มีความเด็ดขาดมากมายครับ เขาไม่มีทางปล่อยให้ผู้ร่วมทีมยิ่งใหญ่กว่าตัวเองอย่างแน่นอน ไม่ว่าดาวเตะคนนั้นจะยิ่งใหญ่มาจากไหนก็ตาม
กาลครั้งหนึ่งยุคเป็นกุนซือของ เชลซี – ผู้ครอบครองทีมอย่าง "เสี่ยหมี" อุตส่าห์ยัดเยียดยอดเยี่ยมดาวยิงค่าตอบแทน 30 ล้านปอนด์อย่าง อังเดร เชฟเชนโก้เก๋ มาให้ โดยมีข้อแม้ว่าจำเป็นต้องส่งลงสนาม แต่ว่า "เชว่า" กลับแงะฟอร์มกระฉูดแตกออกมาไม่สำเร็จกระทั่งกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวเต็มที่ส่งผลให้ผู้จัดการทีมกับผู้ครอบครองทีมจำเป็นต้องแตกหักกัน
ดาวกระหน่ำตาข่ายของสิงห์บลูส์อย่าง ดิเอโก้เก๋ คอสต้า หรือขาใหญ่ของ เชลซี อย่าง จอห์น เทอร์ปรี่ ก็เช่นเดียวกันที่ไม่เคยได้รับสิทธิพิเศษพิเศษจาก โชเซ่ มูรินโญ่ ท้ายที่สุดตัวเองเลยโดนผู้ร่วมทีมหักหลังกระทั่งโดนถีบกระเด็นตกเก้าอี้ผู้จัดการทีมมาแล้ว
และโดยไม่เว้นแม้กระทั้งผู้ร่วมทีมในปัจจุบันอย่าง ฆวน มาต้า ที่เคยถูกลอยแพออกมาจาก สแตมฟอร์ด บริดจ์ แม้จะมาหายใจด้วยกันอีกทีในชุดแต่งกายปีศาจแดงและท้องนาต่อนี้ไป แต่ว่าแม้พิจารณาให้ดี คุณจะพบว่า "เดอะ สเปเชี่ยล ฆวน" คือผู้เล่นคนแรกที่มักจะถูก "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" สลับตัวออกเป็นคนแรกอยู่เสมอ
ก็เลยเพียงพอจะสรุปได้ว่า "มูมู่" ไม่เคยก้มหัวให้ผู้ร่วมทีมคนใดกันแน่ ยกเว้น "พี่หลา" เพียงผู้เดียวที่จัดอยู่ในจำพวก "ห้ามแตะ" เป็นกรณีพิเศษ
ผมรู้เรื่อง โชเซ่ มูรินโญ่ ครับ รู้เรื่องว่าเฮียแกคงมีบางอย่างที่ลึกซึ้งแบบสุดหูรูดกับ "อิบรา" โดยที่ชาวบ้านทั่วๆไปไม่เคยรู้ หรือบางโอกาสมันอาจเป็นเงื่อนไขพิเศษที่กำหนดเอาไว้ในข้อตกลงที่ทำไว้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เป็นไปได้ มันอาจเป็น "เงื่อนไข" ที่ทำให้ดาวเตะผู้นี้ยอมขายวิญญาณให้ปีศาจแดงอะไรประมาณนั้น
ปัญหาคือไม่ใช่ทุกนัดที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช บนวัย 35 ขวบจะระเบิดฟอร์มยอดเยี่ยมพลางกระแทกตาข่ายได้ตลอด
บ่อยครั้งที่เขาหวงบอลมากจนเกินไป บ่อยครั้งที่เขาทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก และบ่อยครั้งที่ออกอาการหงุดหงิด หรือชักสีหน้าใส่เพื่อนฝูงร่วมทีมที่ดันเล่นไม่ถูกดวงใจ
เหมือนกันกับบางนัดที่สมควรเป็นตัวสำรองบ้าง หรือถูกสลับตัวออกบ้างก็ได้ ไม่ใช่ตะบี้ตะบันใช้งานโดยตลอดตลอด 90 นาทีในทุกๆนัด
ถึงปัจจุบันนี้ "อิบรา" ยังมิได้ต่อสัญญาใหม่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ครับ แถมฤดูหน้าอายุเขาจะเพิ่มขึ้นอีก 1 ปี ซึ่งสำหรับกองหน้าวัย 36 ขวบ เช่นไรสภาพร่างกายก็จำเป็นต้องเสื่อมถอยลงไปตามธรรมชาติ ก็เลยไม่มีทางรักษามาตรฐาน หรือเล่นดีมากยิ่งกว่าเดิมอย่างแน่นอนเท่านั้นไม่พอ
มันยังทายใจได้ไม่ยากว่าฤดูหน้าเช่นไร แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ต้องหากองหน้าดาวกระหน่ำประตูตัวใหม่ที่สดกว่ามาเสริมกองทัพแน่นอน
แม้อยากยืดข้อตกลงออกไปอีก 1 ปี บางโอกาส "เฮียหลา" อาจจำเป็นต้องยอมรับข้อเท็จจริงข้อนี้ เหมือนกันกับยอมรับสภาพการใช้ชีวิตบนม้านั่งสำรองเป็นที่สองรองจากผู้อื่นปัญหาคือ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ในวันที่แก่ 36 จะยอมรับสภาพการเป็นตัวสำรองได้หรือไม่? ผมตอบให้ก็ได้นะครับว่า…ไม่มีทาง ดาวเตะที่หยิ่งและถือตัวอย่าง "อิบรา" ไม่มีทางยอมเป็นที่สองรองคนใดกัน – มันก็เลยคงเหลืออยู่เพียงแค่ 2 หนทางเท่านั้น

ผีรถบัส v หงส์รถตู้

ขอประกาศให้รู้โดยถ้วนหน้าว่า ลิเวอร์พูล แพ้สามครั้งติดต่อกันเป็นครั้งแรกของฤดู
ช่างประจวบคีรีขันธ์อะไรแบบนี้ที่เกมต่อไปของหงส์แดง คือการออกไปเยี่ยมโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ไม่ได้ยากอะไร เพียงแค่ยากมากมายเท่านั้นแหละ เด็กหงส์อาจพากันก่นอยู่ในใจว่าใครแกล้งเขียนสคริปต์ฟระ น่าจับมาดีดติ่งหู 99 หน
หัวใจร้ายมากขอรับที่ให้ทีมหนึ่งกำลังเดินสายปัดกวาดชัย 9 นัดหมายรวด มาเจอกับทีมที่แพ้สามเกมซ้อน แม้ว่าหนึ่งในคู่ต่อกรน่าภาคภูมินำเสนอยิ่งนัก เอิ่ม พลีมัธ อาร์ไกล์
แม้กระนั้นจะโยนบาปให้โปรแกรมที่ดันมาผิดจังหวะก็อาจไม่ได้ เนื่องจากแดงเดือดเวอร์ชั่นแรกเมื่อเดือนตุลาคม เหตุการณ์ก็ทำนองนี้ ก็แค่สลับร่าง โดยที่ลิเวอร์พูล กำลังเดินเครื่อง ชนะมา 5 นัดหมายติดทุกรายการ ผิดกับปีศาจร้ายแดงที่ชนะเพียงแค่ 1 จาก 4 เกมลีกก่อนผ่านมาเยี่ยมแอนฟิลด์
โมเมนตัมสวนทางกัน และเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดแท็กติกที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ถนัดนักแล ด้วยการแช่แข็งเกมรุกของหงส์แดงจนกระทั่งกระดุกกระดิกไม่ออก ตลอดทั้งเกมมีโอกาสยิงเข้ากรอบเพียงแต่สามครั้ง
อย่างไรก็ตาม แม้แผนจอดรถบัสของมูรินโญ่อาจเห็นผล ปีศาจร้ายแดงบุกตอดคะแนนกลับแมนเชสเตอร์ได้ก็จริง แม้กระนั้นสำหรับแฟนผี วิธีแบบงี้ไม่ใช่กรรมวิธีเล่นอันภาคภูมิใจของสมาคม
มูรินโญ่ ถึงเคยสารภาพว่าการคุมทีมระดับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นโจทย์ยากสุดหิน เนื่องจากเพียงแค่ชนะอย่างเดียวน้อยเกินไป แม้กระนั้นจะต้องชนะอย่างมีคลาสมีสไตล์
นั่นคือแดงเดือดยกแรกของฤดูเมื่อเกือบจะสามเดือนที่แล้ว แม้กระนั้นมาโอกาสนี้ เหตุการณ์ของทั้งคู่ทีมกำลังสวนทางอย่างสิ้นเชิง
แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่ในฟอร์มที่เร่าร้อน ผลงานเยี่ยมยอด แม้กระนั้นจะว่าไปก็ตามมาตรฐานที่ถูกคาดหมายตั้งแต่ก่อนเปิดซีซั่น เพียงแต่ไปมีตอนสะดุดหลุดโค้งแฉลบลงข้างทางหน่อยเพียงแค่นั้น
ส่วนลิเวอร์พูล ของ พบร คล็อปป์ ถ้าเทียบกับราคาหุ้นสักตัว ผลงานขณะนั้นกำลังถูกดึงกลับมาสู่ราคารากฐานที่ตามที่เป็นจริง ภายหลังมีขาใหญ่ช่วยลากไปจนกระทั่งทะลุเพดาน ติดลมทำนิวไฮสม่ำเสมอมาหลายเดือน
แม้กระนั้นตลอดสามนัดหมายหลังตั้งแต่ออกสตาร์ตปีใหม่ หงส์แดงที่เคยบินมากถึงตำแหน่งหัวหน้าฝูง เสียทีสะดุดโคน แพ้ภัยตัวเองจากโปรแกรมที่ชุมกว่ายุงลาย ปัญหาเจ็บ รวมทั้งขุมกำลังที่ค่อนข้างเปราะบางจนกระทั่งไม่สามารถโรเตชั่นแบบเหมาทีม กับรักษาประสิทธิภาพการเล่น
ลางเริ่มปรากฏในเกมบุกเสมอซันเดอร์แลนด์ 2-2 หลังพึ่งจะลงบประมาณดในคืนส่งท้ายปีเก่ากับแมนฯ ซิตี้ เพียงแค่ไม่ถึงสองวันที่ผ่านมา และคล็อปป์ไม่กล้าแม้จะแตะทีมตัวจริงด้วยการเปลี่ยนสัก 1-2 ตำแหน่งยกเว้นไฟต์บังคับเนื่องมาจาก จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เจ็บจนกระทั่งเล่นไม่ได้ จะต้องส่งเอ็มเร่ ระเบียง ออกสตาร์ตเจอกับแมวดำ
สม่ำเสมอมาถึงเอฟเอ คัพ กับทีมระดับลีกทูอย่างพลีมัธ ผมขอไม่วิภาควิจารณ์อะไร เนื่องจากเข้าใจว่าบรรดาดาวรุ่งบวกกับผู้เล่นสำรองอย่างระเบียง, โมเรโน่ หรือลูคัส เลวา พึ่งจะได้ลงแมตช์ด้วยกันในปีนี้เป็นครั้งแรก ทีมเวิร์กยังไม่เข้าที่เข้าทาง ในฐานะบุคคลภายนอกจะต้องสารภาพการตัดสินใจบนความเสี่ยงของที่ปรึกษาแม้กระนั้นปัญหาที่พุ่งวาบเข้าตาเยอะที่สุดคือเกมบุกแพ้เซาธ์หมูแฮมป์ตัน 0-1 ในลีก คัพ รอบรองฯ นัดแรก เมื่อคืนวาน

คล็อปป์ จัดทีมชุดใหญ่ทั้ง 11 คนเท่าที่อำนวย แม้กระนั้นฟอร์มในสนามแทบไม่ได้แตกต่างจากเกมเมื่อวันอาทิตย์ที่เล่นกับบอร์นมัธ เอ๊ย พลีมัธ
อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นทีมชุดใหญ่ แม้กระนั้นก็ยังขาดตัวหลักในทุกขุมกำลัง ไล่ตั้งแต่ โฌแอล มาติเตียนป, เฮนเดอร์สัน, ซาดิโอ มาเน่ ไปจนกระทั่ง ฟิลิปเป้ คูติเตียนนโญ่ ที่เริ่มต้นเกมนี้ด้วยการเป็นผู้เล่นสำรอง ก่อนถูกส่งลงในสนามในตอนครึ่งชั่วโมงสุดท้าย
มองในแง่ดีจากความปราชัย 0-1 คือลิเวอร์พูลยังอยู่บนทางของการลุ้นไปเวมบลีย์ และคงจะยืนยันเพราะทั้งทีมอาจไม่เล่นไม่ดีไปกว่านัดนี้อีกแล้ว
แง่ดีอย่างที่สอง คือฟอร์มไม่เอาถ่านเอาก๊าซของนักฟุตบอลบางบุคคล จะต้องถูกสแกนบาปผ่านแว่นของคล็อปป์ทันตามเวลาก่อนลองเสี่ยงผิดๆถูกๆในเกมกับแมนฯ ยูไนเต็ด
สมมุติในกรณีที่ชั่วร้ายจุดสูงสุด คือเฮนโด้ กับมาติเตียนป ยังกลับมาเล่นไม่ได้ รวมถึงคูติเตียนนโญ่ไม่สมบูรณ์เพียงพอเป็นตัวจริง ผมเชื่อว่า คล็อปป์จะต้องลังเลลังเลกับการส่งทีมชุดนี้ลงไปโดนเฉือนซ้ำรอยทั้งๆที่ 11 คนภายในเกมกับนักบุญ อาจดูแล้วว่าดีที่สุดเท่าที่มีให้เลือก แม้กระนั้นคำว่าดีที่สุดก็ไม่ต้องใช่ที่สุด
โดยเฉพาะในเหตุการณ์หลังอิงฝาหน้าชนกำแพงแบบงี้ คล็อปป์ มองออกแน่ๆว่านักฟุตบอลคนไหนสอบได้หรือสอบตก
แดเนียล สเตอร์ริดจ์ โดนเบียดนิดชนหน่อยทำเป็นขาสิ้นแรงตัวรูดไปกองกับพื้น กับส่งสายตาอ้อนความเห็นอกเห็นใจจากผู้ตัดสินตลอดทั้งเกมมีโอกาสสับไกทีเดียวW88แม้กระนั้นผ่านคานไปโน่น
จังหวะหนึ่งในครึ่งหลังที่คณะทำงานของคล็อปป์ ส่งกระดาษไปถึงมือสเตอร์ริดจ์ เด็กหงส์ในโลกโซเชียลแห่กันโพสต์ทายว่า คล็อปป์เขียนอะไรไปบอกกองหน้าสไตล์ลูกหนูน้อยเอ็มเร่ ระเบียง คืออีกคนที่โดนจัดหนักว่าทำให้จังหวะเกมเสีย เนื่องจากมัวแต่พากเพียรโชว์ เก็บบอลนาน แถมจับบอลลั่นห่างเป็นวาไม่ต้องเอ๋ยถึงตัวต้นเหตุทำเสียประตูอย่าง รักท้องนาร์ คลาวาน และแบ็กซ้าย เจมส์ มิลเนอร์ ก็ไม่รอดถามคำถามว่าทำไมถึงผิดฟอร์มกันเกือบจะยกทีม คำตอบง่ายสุดคือคล็อปป์ กลัดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรก
ด้วยนักฟุตบอลชุดนี้ คล็อปป์อาจจะต้องเลือกแผนใหม่ที่ไม่ใช่ 4-3-3 เนื่องจากเขาไม่มีตัวรุกริมเส้นสไตล์ของ ซาดิโอ มาเน่ ยิ่งลองใช้สเตอร์ริดจ์ยืนแทน ยิ่งเลอะเทอะออกสมุทรไปกันใหญ่
การถอยไปรับลึกของทีมนักบุญ ไม่กำเนิดประโยชน์อะไรกับการส่ง เอ็มเร่ ระเบียง เป็นมิดฟิลด์ตัวข้างที่จะต้องเข้าไปอยู่ในดงของแนวรับเจ้าถิ่น รุมบีบจนกระทั่งทิ่มอล บวกกับความช้าเป็นทุนของนักฟุตบอล
ระเบียง คงจะปักหลักในตำแหน่งของ ลูคัส เลวา ความรู้ความเข้าใจในการผ่านบอลอาจเท่าๆกัน แม้กระนั้นมิดฟิลด์เยอรมัน ได้ประเด็นการหาโอกาสยิงไกล ซึ่งลูคัส ขาดตรงนี้
ผลกระทบจากการไม่มีเฮนโด้ เป็นตัวคุมจังหวะเกม และถ่ายบอลซ้ายขวาทำลายโซนรับของคู่แข่งขัน ถูกประจานว่ารุนแรงกว่าที่คิด
คาดกันว่าในเกมแดงเดือด ทั้งเฮนเดอร์สัน และมาติเตียนป คงจะมีลุ้นกลับมาลงในสนามได้ เมื่อบวกกับคูติเตียนนโญ่อีกคน พอๆกับว่าลิเวอร์พูล จะขาดเพียงแต่มาเน่ไปคนเดียว

18 สกอร์ที่หายไปของ หงส์

แล้วสิ่งที่ชาวหงส์หวาดผวาก็ยังคงเกาะกัดความรู้สึก กลุ่มที่มีชื่อเสียงว่าเป็น ''แชมเปี้ยน'' ในกลุ่มท็อปเซเว่นโดยไม่เคยแพ้เลย ก็ยังมักจำต้องตกอยู่ใต้เครื่องหมายคำถามว่าทำไมถึงรีบสปีดไม่ขึ้นประจำยามปะทะกลุ่มกลุ่มข้างล่างของตาราง มันไม่ใช่หนแรก ครั้งสอง ครั้งสาม แม้กระนั้นมันหลายครั้งมากๆมีเสียงโห่เล็กๆถึง จอร์แดน ไอบ์ (What?) มีเสียงชมเชยถึง ดิว็อค โอริกี้ โดยพลันที่พุ่งขวิดจ่อๆให้ลิเวอร์พูลแซงนำ มีเสียงพร่ำบ่นหนักแน่นถึงแท็กติกของ พบร คล็อปป์ อีกครั้ง ซึ่งจัดได้ว่าเป็นเหตุผลสำคัญเลยที่ทำให้เกมจบด้วยการเสมอ โยนชัยชนะทิ้งที่แอนฟิลด์
''คูตินโญ่ป่วยไข้ตอนพักครึ่ง ผมเลยจำต้องเปลี่ยนแปลงออก มันเกิดเรื่องที่ต้องทำ'' ชายผู้สวมแว่นสายตาทรงกลมตอบเรื่องที่น่าสงสัย แม้กระนั้นก็ยังมีคนไม่รู้เรื่องว่าทำไมจำต้อง โฌแอล มาติป ทำไมจำต้องปรับมาตึงเกมรับด้วยสามเซนเตอร์ฮาล์ฟ ทำไมไม่ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ไม่ เบน วู้ดเบิร์น หรือ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ นี่บอร์นมัธ ไม่ใช่บาร์เซโลน่า…
''โอเค ผมเพียงแค่มองว่าบอร์นมัธมีกองหน้าสองคนที่มีความเร็ว ในช่วงเวลาที่ แดเนียล (สเตอร์ริดจ์) เพิ่งหายมาอาจยังไม่เหมาะกับเกมชนิดนี้ ผมเลยเลือกแท็กติกแบบนั้น'' ฟังแล้ว กลายเป็นผลึกแบบเดียวกันมั้ย
1. การที่เปลี่ยนแปลงมาใช้ข้างหลังสามด้วยการถอดนักเตะที่ฝากความคาดหมายได้มากสุดออกตั้งแต่นาที 65 ซึ่งเวลาที่เหลือขนาดนั้นอย่างไรก็พกพาการเสี่ยงที่จะเสีย โดยเฉพาะยิ่งเมื่อใคร่ครวญจากความแน่นแฟ้นของเกมรับลิเวอร์พูลก่อนหน้าที่ผ่านมา
2. หากสเตอร์ริดจ์ไม่เหมาะกับ ''เกมอย่างงี้'' ก็ไม่สมควรใส่ชื่อเอาไว้ด้วยทุกสิ่ง เนื่องด้วยมันเหมือนทำข้อสอบแล้วนึกไม่ออกก็วงคาดเดาๆไป
3. ในระหว่างที่โดน 2-2 ถึงท้ายเกมแต่ว่าเวลาก็ยังพอเหลืออยู่รวมทดเจ็บก็ขั้นต่ำ 7 นาที ทำไมนะครับ เขาถึงอาจนิ่งที่จะปรับปรุงสถานการณ์ มีสิ่งใดดลบันดาลให้เชื่อว่าผู้เล่นที่อยู่ในสนามจะสามารถพังประตูที่สามได้
ซีซั่นนี้นอกเหนือจากโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดแล้ว สังเวียนของกลุ่มท็อปเซเว่นก็ล้วนทำให้กองเชียร์บอร์นมัธเดินทางกลับบ้านที่แดนใต้ด้วยความชอกช้ำมาตลอด แพ้ 4-0 ที่เอติฮัด, 3-1 ที่เอมิเรตส์, 3-0 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ รวมทั้ง 6-3 ที่กูดิสัน พาร์ค ด้วยเหตุผลดังกล่าวแล้วด้วยประการทั้งปวง ลิเวอร์พูลควรเก็บสามแต้มให้ได้กับ ''เกมอย่างงี้'' การบาดเจ็บของ ซาดิโอ มาเน่ ทำให้เกิดผลเสียแน่ๆฤดูกาลนี้พวกเขาไม่เคยกำชัยได้เลยยามไร้สตาร์คนเก่งกลุ่มชาติเซเนกัล (เสมอ 2 แพ้ 2) แม้กระนั้นด้วยทรงของเกมอย่างคืนวันพุธ ด้วยความที่ช่วงหลังลงมาเร่งเครื่องกระทั่งบดออกนำไปเป็นระเบียบ หากรักษาสกอร์ไม่ได้ ก็จำต้องซ้ำๆเพิ่ม แต่ว่าสมาคมสีแดงที่เมอร์ซี่ย์ไซด์ทำไม่ได้สักอย่าง อีกอย่างหนึ่งข้อสันนิษฐานว่ากลุ่มของคล็อปป์มักแพ้ทางพวกมาอุด แม้กระนั้นนี่ไม่ใช่ บอร์นมัธภายใต้ผู้ฝึกสอนวัยรุ่น เอ็ดดี้ อาว มาแอนฟิลด์ด้วยการวางระบบ 4-4-2 มี โจชัว คิง กับ เบนิค อโฟเบ้ ยืนหัวหอก พวกเขาพยายามเซตเกมรุกบนพื้นสู้ แม้อาจมีบ้างที่คอยคว้าความผิดพลาดเข้าโจมตีราวกับเป็นต้นว่าลูกแรกที่ทำเป็น นี่ก็ไม่ใช่หนแรกที่เกิดอะไรอย่างงี้
วันเสมอซันเดอร์แลนด์ 2-2 ที่สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ก็ถูกทีเด็ด พบร์เมน เดโฟ นาที 84 ถัดมาพลาดท่าคารังต่อสวอนซี 2-3 ทั้งๆที่อุตสาห์ฮึดเหมือนกลับมาได้แล้วรวมทั้งแน่นอนที่เดอะ ค็อปอาจจำฝังใจก็คือเกมแรกที่เยือนบอร์นมัธต้นธันวาคม ปริศนาคือทำไมคุณถึงเก่งจังกับกลุ่มใหญ่ แม้กระนั้นมักปวกเปียกกับกลุ่มเล็ก???? พวกเขาเอาชนะคู่แข่งกลุ่มท็อปเซเว่นได้ถึง 7 เกมจาก 12 แม้กระนั้นทราบมั้ยนะครับว่าสถิติกับการเผชิญหน้าพวก 8 กลุ่มข้างล่างของตารางลงไปคืออะไร 21 แต้มจาก 39 แต้มเต็ม หรือ 21 แต้มจาก 13 นัดหมาย ใช้สมองน้อยๆคำนวณเท่ากับว่ามีถึง ''18 คะแนนที่หายไป''ฤดูกาลนี้แพ้มาหมดแล้วตั้งแต่เบิร์นลี่ย์, บอร์นมัธ, สวอนซี, ฮัลล์ จนถึงเลสเตอร์ ซิตี้ หากพอพบเชลซี, ท็อตแน่ม, แมนฯ ซิตี้, อาร์เซนอล, แมนฯ ยูไนเต็ด จนถึงสหายข้างสวน เอฟเวอร์ตัน เกือบจะยกขันหมากเชิญให้รีบมาพบเลยบอลมักมีอะไรแปลกๆเสมอ คล็อปป์ควรเขยื้อนสายตามองสเปอร์สซึ่งกำลังกดดันเชลซีไม่ลดละ การที่พวกเขาทุจริตความตายมาได้อย่างเมื่อวันพุธ ตอกย้ำว่าทำไมสองปีที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ถึงพกพามาตรฐานวนเวียนบนหัวตาราง ต่อเข้าข้างซีซั่นก่อนบางทีอาจคลอดลูกสะดุดหัวคะมำก็ตาม พวกเขาแพ้ 3 เกมเพียงแค่นั้นให้กับลิเวอร์พูล, เชลซีรวมทั้งแมนฯ ยูไนเต็ดใช่นะครับ คือเรื่องธรรดาที่ทำความเข้าใจกันได้ แต่ว่าเมื่อถึงแมตช์ที่จำต้องชนะก็ชนะ นายทัพยี่ห้อไก่ของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ปัดกวาดไป 32 แต้มจาก 12 เกมยามพบกลุ่ม 8 กลุ่มด้านล่างของตาราง โดยการทำตกหายไปเพียงแค่ 4 แต้ม… ผมเคยเขียนไปก่อนแล้วว่าถ้าออกทรงนี้ สู้มีผลงานกลางก็ได้เมื่อพบกลุ่มใหญ่ แล้วแบ่งอะดรีนาลีนพล่านไปใส่กับกลุ่มที่เหลือ มิฉะนั้นก็จำต้องมานั่งพรรณนาความทุกข์กัน เพราะเหตุว่ากลุ่มเล็กมีมากกว่า
จุดต่อมา ซีซั่นนี้พวกเขาเสียประตูจากเซตพีซไป 11 จากทั้งปวง 39 ? ซึ่งแม้แต่แมนฯ ซิตี้ที่โดนวิภาควิจารณ์เรื่องความอ่อนยวบเกมรับ หรืออาร์เซนอลก็ตาม ยังมีสถิติที่ดีมากกว่าด้านนี้ นี่นับว่าเป็นอีกสิ่งที่ไม่ว่าใครก็ตามมาเจอก็มักจะซ้อมซักลูกตั้งเตะมาคอยทำร้าย เนื่องด้วยคล็อปป์นิยมให้สมาชิกคุมโซนมากกว่าตามติดคน
ก่อนนี้มีการกางเปรียบผลงานของ เบรนแดน ร็อดพบร์ส กับคล็อปป์ ซึ่งก็แทบจะไม่ได้แตกต่างกัน แม้กระนั้นก็มีคนยกใจความสำคัญว่าประสิทธิภาพของกลุ่มวัดกันทุกข์ยากลำบาก เพราะเหตุว่ายุคก่อนมีบ่าสองข้างของ หลุยส์ ซัวเรซ ที่แบกภาระทั้งหมดทุกอย่างของกลุ่ม มาถึงยุคนี้แบ่งหน้าที่รับผิดชอบกระจัดกระจายมากกว่ายังไงก็ดี ลิเวอร์พูลเป็นสมาคมที่ผูกติดการบรรลุเป้าหมายเสมอมา

พวกเขาบางทีอาจไม่เคยไปถึงโทรฟี้พรีเมียร์ลีก แม้กระนั้นก็ทำเป็นใกล้เคียงมา 2-3 ครั้งตั้งแต่ยุค ราฟา เบนิเตซ มาถึงร็อดพบร์ส ซึ่งนับว่าเป็นกลุ่มที่มีการนำเสนอแบบกระจ่าง มีผู้เล่นที่สามารถเรียกได้เลยว่าเป็นตัวดารานำชายระดับทวีป
คูตินโญ่, ฟีร์มีโน่ รวมทั้งมาเน่ ไม่ใช่ไม่เก่ง แม้กระนั้นเชื่อว่าสาวกหงส์เองก็ย่อมประทับใจกับกลุ่มที่มี เฟร์นานโด โคนร, สตีเว่น พบร์ราร์ด, ชาบี อลอนโซ่, ฮาเวียร์ มาสหนวดเคราโน่ เหมือนกับกลุ่มที่นำโดยหัวหอกฟันเหยินเลขลำดับเจ็ด
ซัมเมอร์นี้คล็อปป์ประกาศแล้วว่าซื้อแน่…ผมเอาปริศนาเดียวกันนี้คุยกับเดอะ ค็อปก่อนเกมวันพุธ มีอยู่คนพูดน่าตกใจอย่างงี้นะครับ ''ผมอยากเห็นทีมซื้อ 6 คน พวกเราจำต้องเปลี่ยนแปลงใหม่รวมทั้งมีผู้เล่นสำรองตอบแทน ผู้รักษาประตู เซนเตอร์ฮาล์ฟ แบ็กซ้าย กองกลาง ตัวริมเส้น รวมทั้งกองหน้า''
ความน่าจะเป็นที่จะเห็นผู้ฝึกสอนที่ลุ่มหลงเพลงเฮฟวี่ทุ่มยกแผง จ่ายหนักๆก็น่าทราบว่ามีแค่ไหนกัน ถัดมาถ้าติดตามบทสัมภาษณ์ของเขาตลอดก็น่าจะทายใจจิตใจได้ไม่ยากว่าเขาเองก็พึงพอใจต่อกลุ่มที่มีพอควร ด้วยเหตุผลดังกล่าวแล้วจังหวะที่จะซื้อกี่คน ใช้งบประมาณมากแค่ไหนก็อาจขึ้นกับว่าในที่สุดจบชั้นมากแค่ไหนในตาราง
โปรแกรมที่เหลือจากนี้อีก 7 เกม : สโต๊ค, เวสต์บรอมวิช, พาเลซ, วัตฟอร์ด, เซาธ์แฮมป์ตัน, เวสต์แฮม รวมทั้งโบโร่
หากเป็นคอนเต้หรือโปเช็ตติโน่ก็อาจคลำปาก ทว่านี่เป็น ''ของแสลง'' สำหรับลิเวอร์พูลศักราชนี้ แน่นอนก็นับว่าเป็นเจ็ดเกมที่จะพิพากษาผู้ฝึกสอนอย่างคล็อปป์เพราะว่า หลังจากได้คุมสุดกำลังผ่านมาหนึ่งฤดูกาลควรให้เกรดที่มากแค่ไหนกัน 18 แต้มที่หายไป… ต้องอุตริฝันน้ำลายเยิ้มว่าเก็บได้หมดเลย เอาเพียงแค่ครึ่งเดียวแล้ว เพราะเหตุว่าถ้าทำเป็นปัจจุบันนี้ลิเวอร์พูลจะอยู่ลำดับที่สองตามหลังจ่าฝูงเชลซีเพียงแต่ 3 แต้ม

กลยุทธ์ดึงหงส์แดงจากหลุม

สถานการณ์ของลิเวอร์พูลในขณะนั้น ถ้าเป็นผู้เจ็บป่วยติดเตียง อาการมีแม้กระนั้นทรงกับทรุด
แพ้คาบ้านสองนัดติดต่อกัน ทั้งๆที่ก่อนโดนสวอนซีบุกคลำคมเมื่อวันเสาร์ หงส์แดงแพรวพราวด์ลี่ พรีเซนต์ ภูมิใจพรีเซนเทชั่นผลงานไม่มีพ่ายแพ้ในแอนฟิลด์ ช้านานข้ามปี
ความเป็นจริงวันนี้ไม่ตั้งใจเขียนถึงความพ่ายแพ้ที่จบเส้นทางไปเวมบลีย์ เนื่องจากไม่มีอะไรแปลกใหม่ จากที่เพิ่งจะแพ้ในดาร์บี้แมตช์ของศึก "หงส์สองตัวอยู่สระเดียวกันไม่ได้"
แม้กระนั้นใจความสำคัญที่ว่ามันเกิดอะไรขึ้นอยู่กับลิเวอร์พูล จากชัยชนะแค่ครั้งเดียวใน 7 เกมทุกรายการ นับจากออกสตาร์ตศักราชใหม่ แถมเป็นการชนะหืดจับเหนือกลุ่มต่ำดิวิชั่นกว่าจมหูอย่างพลีมัธ ผมมีความรู้สึกว่าทุกคนคงเพียงพอมีคำตอบอยู่บ้างแล้ว
สำคัญกว่านั้นเป็นการระดมความคิดเห็นหาทางออก เนื่องจากในเมื่อสถานการณ์ชั่วร้ายมาถึงจุดนี้ เจอร คล็อปป์ ควรถึงเวลาลงมือทำอะไรหรือยัง เพื่อเปลี่ยนแปลง และก็ฉุดกลุ่มให้กลับขึ้นมาผงาดอีกรอบผมสะสมมาเป็นข้อๆเท่าที่เพียงพอจำได้ในห้วงยังเซ็งเป็ด เอ๊ย เซ็งหงส์
1. ฉีกต้นแบบการเล่นทั้งระบบ สไตล์ และก็แนวทางการให้แตกต่างจากแพทเทิร์นเดิมๆซ้ำๆในช่วงเวลาที่ยังมี ซาดิโอ มาเน่ ในสนาม
เนื่องจากจนถึงตอนนี้ ผลงานชนะพลีมัธ แค่กลุ่มเดียวจาก 7 นัด และก็จำต้องใช้จังหวะถึง 180 นาที เพื่อคว่ำกลุ่มระดับลีก ทู นี้ได้ สะท้อนชัดแจ้งว่าการขาดมาเน่ ทิ้งปัญหาใหญ่ขนาดเท่าหลุมจากระเบิดปรมาณูเจอร คล็อปป์ ทราบนานแล้วว่าเขาไม่มีผู้แทนมาเน่ แบบ like for like หรือมีสไตล์คล้ายๆกัน ไม่ถึงขั้นว่าจำต้องเสมือน มาเน่ทำให้เกมบุกของลิเวอร์พูล ภายใต้หมาก 4-3-3 จุดติดมาทั้งครึ่งฤดูกาลแรก จากการเป็นตัวรุกริมเส้นที่ถ่างตัวตามติดออกมาจากตำแหน่ง และก็เปิดทางให้ตัวสอดอย่าง อดัม ลัลลาน่า หรือ เนธาเนียล ไคลน์ ทะลุขึ้นมาปฏิบัติงานจะพิจารณาได้ว่าตั้งแต่มาเน่ไม่อยู่ ลิเวอร์พูลไม่สามารทำลายโซนรับคู่แข่งให้ฉีกขาด หรือแตกออกมาได้เลยพร้อมเพียงกันเป็นฟอร์มของลัลลาน่า รวมถึงไคลน์ พากันหายเข้ากลีบเมฆไปด้วยเมื่อกึ่งกลางอาทิตย์กับนักบุญ คล็อปป์ยังซนยึดระบบนี้ แม้จะถอยลัลลาน่าลงมายืนในไลน์ของมิดฟิลด์ และก็ขยับ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ไปแทนตำแหน่งของมาเน่ โดยมี แดเนียล สเตอร์ริดจ์ เป็นกองหน้าตัวเป้า
แม้กระนั้นตลอด 45 ทุ่งนาตอนแรก เกมของลิเวอร์พูลยังมืดบอด ไม่มีวี่แววจะเอาชนะแนวรับของเซาธ์หมูแฮมป์ตัน ที่ไม่ได้ใช้คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟตัวหลักจากช่วงต้นฤดูกาล อย่าง เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กับ โชเซ่ ฟอนเต้ ด้วยซ้ำ เนื่องจากการแก้แบบหนึ่งมักส่งผลให้เกิดปัญหาอีกอย่างหนึ่ง หลายๆจังหวะปรากฏว่าฟีร์มีโน่หุบมาทับไลน์เดียวกับสเตอร์ริดจ์ ส่วนการขึ้นเกมทางขวายังบอดดังเดิม มิหนำซ้ำแบ็กขวายังเป็นดาวรุ่งอย่าง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ที่แม้เล่นก้าวหน้าระดับหนึ่ง แม้กระนั้นเขาควรหามความคาดหวังในระดับไหน เป็นอีกกรณี
จนถึงช่วงหลัง คล็อปป์ขยับตำแหน่งการยืนเป็น 4-4-2 ไดมอนด์ ฟีร์มีโน่กับสเตอร์ริดจ์เป็นคู่กองหน้า คูตำหนินโญ่เป็นหัวเพชร ถึงสามารถสร้างจังหวะได้มากยิ่งขึ้น และก็ควรเห็นสกอร์อย่างต่ำๆ1-2 ประตู
เป็นอีกรอบต่อจากนัดแพ้สวอนซีเมื่อสุดสัปดาห์ ที่คล็อปป์เลือกออกสตาร์ตด้วยแผน 4-3-3 และก็เมื่อไม่ได้ผลถึงค่อยคิดเปลี่ยนแปลง
กับสวอนซีจำต้องรอให้โดนสองเม็ด ค่อยกระตุกความกระฉับกระเฉง ส่วนเกมนี้ ลิเวอร์พูลไม่ได้เริ่มด้วยผล 0-0 ครับผม แม้กระนั้นตาม 0-1 จากนัดแรก แล้วเพราะเหตุไรถึงปลดปล่อยให้ตนเองเหลือเวลาเพียงแค่ 45 นาทีท้ายที่สุด
2. นอกจากการเปลี่ยนแปลงในสนามแข่งแล้ว สิ่งที่ยากกว่าเป็น คล็อปป์บางทีอาจจำต้องปรับวิธีทำงานนอกสนาม

อย่างที่เฟอร์กี้เคยวิเคราะห์ในตอนซัมเมอร์ ว่าจากการศึกษาเล่าเรียนเกมนัดชิงยูโรปา ลีก ระหว่างลิเวอร์พูล กับ เซบีคุณย่า เขาเห็นนักเตะหงส์แดงเฉาปลาย เร่งไม่ขึ้นในช่วงหลัง
เหมือนกับ เรย์มงด์ แฟร์เฮเย่น โค้ชด้านฟิตเนสที่ผ่านเวทีบอลโลกมาแล้วสามสมัย กับฮอลแลนด์, เกาหลีใต้ และก็รัสเซีย รวมถึงเคยเป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวให้ เคร็ก เบลลามี่ ได้แสดงความเห็นกึ่งพยากรณ์ในส.ค.ว่า สไตล์ทำทีมและก็การฝึกหัดที่เข้มข้นของคล็อปป์ จะก่อให้ลิเวอร์พูลตรากตรำในตอนครึ่งฤดูกาลข้างหลังนาทีนั้น เด็กหงส์บางคนสั่นหน้าไม่เชื่อแม้กระนั้นข้างหลังเกมกับเซาธ์หมูแฮมป์ตัน เจมี่ คาร์ราเกอร์ กล่าวว่าหนึ่งในปัญหาใหญ่ของหงส์แดง เป็นนักเตะดูล้า ขาไม่วิ่ง สปีดช้าลง และก็แพ้หลายครั้งขึ้นในการแย่งชิงบอลจังหวะสอง
เกมนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายๆนัด ที่เห็นนักเตะลิเวอร์พูลกลับมาใช้เกมเพรสซิ่งแบบเป็นหมู่คณะ เสมือนในตอนแรกที่คล็อปป์เข้ามาคุม และก็จัดว่าบีบคั้นกลุ่มเยี่ยมได้พอเหมาะพอควร
แม้กระนั้นก็ทำแบบมาๆหายๆเป็นระยะๆไม่สม่ำเสมอ เสมือนจะบีบได้แล้ว แม้กระนั้นท้ายที่สุดก็คลายออก ความฟิตของนักเตะจำต้องถูกตั้งข้อซักถามว่าคล็อปป์รีดมันออกมากระทั่งหมดถัง ไม่เหลือสักหยดแล้วหรือ 3. จงยอมรับเถอะว่าขุมกำลังชุดนี้ดีไม่เพียงพอจะประมือกับอีก 4-5 กลุ่มบนหัวตารางลิเวอร์พูลอาจมีกลุ่ม 11 ตัวจริงที่ดีไม่เป็นสองรองคนไหน แม้กระนั้นอย่างที่เห็นเมื่อเกมเข้าสู่ตอนเข้าด้ายเข้าเข็ม และก็คล็อปป์เกือบจะไม่ขยับสลับตัว หรือใช้โควตาเปลี่ยนแปลงช้าเกินไป แทนที่จะเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ออกสตาร์ตช่วงหลัง มันย่อมสะท้อนในทางหนึ่งว่า คล็อปป์บางทีอาจไม่มั่นใจว่าผู้เล่นสำรองจะปฏิบัติงานได้ดีมากกว่าคนที่อยู่ในสนาม
การซื้อนักเตะใหม่ในตอนม.ค. บางทีอาจไม่ใช่รสนิยมส่วนตัวของคล็อปป์ และก็เขาก็มีส่วนถูกที่ว่ามันไม่ได้หาซื้อกันกล้วยๆเสมือนที่ผู้คนจำนวนมากคิด ด้วยสาเหตุหลายสิ่งหลายอย่าง
แม้กระนั้นถึงถ้าอย่างงั้นก็ใช่ว่าของดีจะไม่มีให้สอยมาเสียเลย เอฟเวอร์ตันได้ มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน ไปเสริมแดนกึ่งกลาง ครั้งคราวข้อตกลงบางข้อ ของดีราคาไม่แพงเกินไปก็รออยู่ในตลาด
เวลาที่เหลืออีกไม่กี่วันก่อนตลาดวาย ยังเพียงพอทันให้คล็อปป์มองหาตัวเลือกใหม่ๆมาช่วยปั๊มหัวใจหงส์ที่เริ่มจะแผ่วเบาลง ดีมากกว่าปลดปล่อยให้ตายไปต่อหน้าต่อตา
4. ทำทุกอย่างดังเดิมเสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นับวันรอที่กำลังจะได้ ซาดิโอ มาเน่ กลับมาช่วยกลุ่มจากการไปทำศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพไม่ได้แดกดันครับผม และก็ผมคงไม่ใช่แฟนหงส์คนเดียวที่คอยเช็กผลของเซเนกัล ด้วยความเต็มใจอยากให้ไม่เข้ารอบแม้กระนั้นเวลารุ่งสางเลยด้วยซ้ำ ความคาดหวังหรืออีกนัยเรียกว่าแช่ง พังยับเยินตั้งแต่ผ่านสองนัดแรก เนื่องจากเซเนกัลปัดกวาด 6 แต้มเต็ม แถมมาเน่มีชื่อทำประตูได้ทั้งสองเกม
ผ่านเข้ารอบไปแบบสบายๆจัดเตรียมเจอกับ "หมอผี" แคเมอรูน ในรอบก่อนรองฯ วันเสาร์นี้ ดูตามหน้าเสื่อ เซเนกัลเป็นต่ออยู่ดี มีสิทธิ์อยู่ยาวข้ามถึงเดือนกุมภาพันธ์

โจเซ่ มูรินโญ่เซงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดสังเวย มิคกี้,คาร์ริค เข้ารอบยุโรป้า 32 ทีม

โจเซ่ มูรินโญ่ นายใหญ่ฝีปากกล้าของ ปีศาจแดง คาดว่าเขาจะหมดสิทธิ์ลงเล่นเฮนริค มคิทาร์ยาน กับ ไมเคิล คาร์ริค ในเกมนัดชิงอีเอฟแอล คัพ กับ เซาแธมป์ตัน ในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้โดยทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บในเกมเยือน แซงต์-เอเตียน ในศึกยุโรป้า ลีกรอบ 32 ทีมสุดท้ายเมื่อคืนที่ผ่านมา

เฮนริค มคิทาร์ยาน และ ไมเคิล คาร์ริค ได้รับบาดเจ็บทั้งคู่ระหว่างเกมการลงเล่นก่อนสุดท้ายจะโดนเปลี่ยนตัวออกไปในศึกยุโรป้า ลีกรอบ 32 ทีมสุดท้ายกับ แซงต์-เอเตียน ผลปรากฏว่า ปีศาจแดงบุกไปชนะด้วยสกอร์ 1-0 ผลสกอร์ร่วม 4-0 ผ่านเข้ารอบต่อไป

''ผมไม่ได้ยืนยันนะ แต่ผมคิดว่าพวกเขาไม่น่าจะไหว''

แฟนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด!เสี่ยหมู หายเจ็บกลับมาลงสนามซ้อมแล้ว

เวย์น รูนีย์ กัปตันของทีมปีศาจแดง หายจากอาการบาดเจ็บลงฝึกซ้อมได้อีกครั้ง ก่อนจะบุกเยือน แซงต์ เอเตียนในศึกยูโรปา ลีก รอบ 32 ทีม นัดสอง

 โชเซ มูรินโญ นายใหญ่ของทีมเผยก่อนหน้านี้ ว่าเขาไม่แน่ใจว่า ศูนย์หน้าวัย 31 ปี จะกลับมาฟิตทันนัดชิงชนะเลิศของถ้วยอีเอฟแอล คัพ หรือไม่ หลังจากที่นักเตะได้รับบาดเจ็บ ทำให้ไม่ได้ลงเล่นตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

นับเป็นข่าวดีอย่างยิ่งของปีศาจแดง ที่ล่าสุด ศูนย์หน้า ทีมชาติอังกฤษ หายจากอาการบาดเจ็บสามารถลงซ้อมได้แล้ว ซึ่งอาจมีชื่อเป็นผู้เล่นในเกมยุโรปวันพฤหัสบดีนี้

โจเซ่ มูรินโญ่ ให้กําลังใจรานิเอรี่หลังโดนเลสเตอร์ปลด

จ่ามู โค้ชฝีปากกล้าของ แมนยู ออกมาให้กําลัง เคลาดิโอ รานิเอรี่ กุนซือของจิ้งจอก ที่เพิ่งโดนปลดไป

จิ้งจอก เพิ่งประกาศไล่ออกเคลาดิโอ รานิเอรี่ออกจากการเป็นผู้จัดการทีมเมื่อคืนที่ผ่านมา

โดย  มูรินโญ่ ได้โพสต์ให้กําลังใจ รานิเอรี่ เมื่อทราบข่าวว่าเขาโดนปลด ''ไม่มีใครลบประวัติศาสตร์ที่นายเขียนขึ้นมาได้ แชมป์พรีเมียร์ และ ผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่า''

พบข้อความไล่ อาร์แซน เวนเกอร์ในงานประท้วง”ทรัมป์”

มีรายงานแผ่นภาพปรากฏข้อความขับไล่ เจ๊ หัวเรือของอาร์เซน่อล ในงานเดินขบวนประท้วง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในประเทศอังกฤษ

เวนเกอร์ โดนกระแสขับไล่อย่างหนักจากผลงานที่พาเดอะกันเนอร์บุกไปโดนบาเยิร์น มิวนิคถล่มยับมา 1-5 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

แม้เกมล่าสุดพวกเขาจะผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายเอฟเอ คัพไปได้ด้วยการชนะ ซัตตัน ยูไนเต็ด ไป 2-0 แต่ก็ไม่ได้สร้างความประทับใจให้กองเชียร์ปืนใหญ่แต่อย่างใด

โดยในงานประท้วง ทรัมป์ ในประเทศอิงลิชกับพบแผ่นภาพปรากฏข้อความขับไล่ อาร์แซน เวนเกอร์ มาด้วยสร้างความประหลาดใจให้ผู้พบเห็น

อีสเซลิค ผิดหวังโอ้เหมือนไม่อยากเล่นให้สโมสร

วาเลนติน อีสเซลิค มิดฟิลด์ นีซ เผยผิดหวังกับพฤติกรรมของ มาริโอ บาโลเตลลี ที่ดูเหมือนไม่อยากลงเล่นช่วยทีม
โอ้ ป่วยเป็นหวัด จึงไม่มีชื่ออยู่ในนัด เมื่อคืนนี้ที่เสมอกับแรนส์ 2-2 ซึ่งก่อนหน้านี้ ลูเซียง ฟาฟร์ เฮดโค้ช ของ ทีม  เพิ่งดร็อปเขาให้เป็นตัวสำรองในนัดพบกับแซงต์ เอเตียน ล่าสุด เนื่องจากไม่พอใจที่เขาไม่ชอบลงมาช่วยเกมรับ
ไม่เพียงแค่ เฮดโค้ชของทีมที่มีความเห็นเช่นนี้ อีสเซลิค เพื่อนร่วมทีมของโอ้ ก็มีความเห็นเช่นเดียวกัน
"ผมคิดว่าเขาดูเหมือนไม่อยากลงเล่นกับเรา น่าผิดหวังจริงๆ เราสมควรได้ใช้ความสามารถของเขาในเกมเช่นนี้"